AMBSLOT มาทำความรู้จักกับฝีดาษลิง ที่ทั่วโลกต้องระวัง

AMBSLOT มาทำความรู้จักกับฝีดาษลิง ที่ทั่วโลกต้องระวัง

โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคที่ใครหลายๆคนทั่วโลกกำลังหวั่นวิตกไม่ต่างจากโควิด-19 (Covid – 19) ซึ่งทีท่าทีของโรคฝีดาษลิงกำลังเริ่มระบาดหนักอยู่ทั่วโลก และในไทยตอนนี้ต่างก็ต้องรับมือกันอย่างเร่งด่วน

AMBSLOT วันนี้จะพามารู้จักกับโรค “ฝีดาษลิง” หรือฝีดาษวานร ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแค่โรคฝีดาษลิงเท่านั้นยังมีโรคโควิด -19 ที่ต้องคอยเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ด้วยเช่นกัน โดยผู้คนต่างก็หวั่นวิตกกันทั่วโลก ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก(WHO) เตือนฉุกเฉินขึ้นสูงสุดเนื่องจากมีการระบาด 16,000 รายทั่วโลก โรคฝีดาษลิงเกิดจากไวรัส Othopoxvirus ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับไวรัสฝีดาษวานร (Smallpox) โดยพบในสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู, กระรอก, กระแต เป็นหลัก โดยค้นพบครั้งแรกในลิง ซึ่งไปรับเชื้อมาโดยบังเอิญจึงเป็นที่มาของชื่อโรค “โรคฝีดาษลิง”

การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เข้าข่ายของการกำกับดูแลสาธารณสุข จึงทำให้องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนฉุกเฉินสาธารสุขระหว่างประเทศ ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลชาติต่างๆ ได้ออกมาตราการเพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 16,000 รายและมีผู้เสียชีวิต 5 รายจาก 75 ประเทศ โดยที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อในเด็กแล้ว 2 ราย

ส่วนในที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกเช่นกัน โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้เปิดเพยว่าพบ ชาย สัญชาติไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีประวัติเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย มีอาการไข้, ไอ, เจ็บคอ, มีน้ำมูก, มีผื่นแดง, มีตุ่มนูนแดง และมีตุ่มหนอง เริ่มจากอวัยวะเพศจากไปที่ใบหน้า ลำตัว และแขน ในขณะนี้พบว่าผู้ป่วยรายนี้ได้หนีออกจากประเทศไทย ไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางด้านประเทศกัมพูชาได้นำตัวส่งสถาบันสาธารณสุขกัมพูชาเพื่อกักโรคเป็นที่เรียบร้อย

 

ความเป็นมาของโรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิงเคยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อนมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศคองโกโดยพบการติดเชื้อของสัตว์ตระกูลห้องแล็ป นอกจากนั้นยังสามารถแพร่สู่สัตว์ในตระกูลฟันแทะ เช่น หนู, กระรอก, กระต่าย เป็นต้นซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับโรคฝีดาษในคน หลังจากนั้นโรคฝีดาษลิงเคยเกิดขึ้นแล้ว ได้มีการเกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งมีการแพร่ระบาดอยู่ที่ทวีปแอพฟริกาจนกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่ตั้งปี 2003 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในรัฐแคริฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีคือ แพรี่ด็อก (Prairie Dog) สัตว์นำเข้าจากประเทศคองโกเป็นพาหะนำโรคในการแพร่เชื้อเป็นวงกว้าง และโรคก็ได้สงบไปจากการแพร่ระบาดในครั้งนั้น และไม่พบผู้ป่วยที่เป็นโรคฝีดาษลิงในทวีปอีกเลย

 

สายพันธุ์โรคฝีดาษลิงมีกี่ชนิดอะไรบ้าง

โรคฝีดาษลิงมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์แอฟริกากลาง (Congo Basin)  และ สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก (West African)

  1. สายพันธุ์แอฟริกากลาง (Congo Basin) เป็นสายพันธ์ที่มีความรุนแรงมาก อาจถึงขั้นเสียชิวิต โดยพบอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 10 %
  2. สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก (West African) เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกากลางมาก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 %

 

การติดต่อโรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิง สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดดังนี้

 1.การติดต่อจากสัตว์สู่คน

  • การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ
  • ถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัดหรือข่วน
  • กินเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อหรือปรุงอาหารไม่สุก

2. การติดต่อจากคนสู่คน

  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยจากสารคัดหลั่ง จากผิวหนังที่มีตุ่มหนอง หรือละอองฝอยจากการหายใจ
  • มีอาการป่วย 2-4 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ โดยอาการรุนแรงมักพบในเด็กขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ
  • และนอกจากนี้โรคฝีดาษลิงยังสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แต่ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ

 

หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรเช็คด่วน

อาการของโรคฝีดาษลิงมีระยะเวลาการฝักตัวเป็นเวลา 7-14 วัน โดยผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการดังนี้

  1. มีไข้ มีไข้สูง
  2. ปวดตัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง
  3. ปวดกระบอกตา
  4. ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย

 

ระยะฝักตัวของโรคฝีดาษลิง

ระยะการฝักตัวของโรคฝีดาษลิง ระยะเวลา 7-14 วัน โดยอาการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

  • ระยะก่อนออกผื่น ประมาณ 0-5 วัน อาการ มีไข้, ปวดศรีษะมาก, ต่อมน้ำเหลืองโต, ปวดหลัง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและอ่อนเพลียมาก ภาวะต่อมน้ำเหลืองโตเป็นลักษณะเด่นของโรคฝีดาษลิง เมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นที่อาจแสดงอาการแรกเริ่มคล้ายกัน เช่น อีสุกอีใส, หัด และฝีดาษ
  • ระยะเริ่มออกผื่น อาการเริ่มออกผื่นประมาณ 1-3 วันหลังจากที่มีไข้ ตุ่มผื่นมักขึ้นหนาแน่นบนใบหน้าและแขนขามากกว่าลำตัว โดยผื่นจะมีขนาด 2-10 มิลลิเมตร ในช่วง 2-4 สัปดาห์ สามารถเกิดตุ่มผื่นได้ทั้งในหน้า, ฝ่ามือฝ่าเท้า, เยื่อบุช่องปาก, อวัยวะเพศ, เยื่อบุตา และกระจกตาอาจจะได้รับผลกระทบด้วย

 

การป้องกันโรคฝีดาษลิง หรือโรคฝีดาษวานร

  1. หลีกเลี่ยงสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์
  2. ทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
  3. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อผ่านฝอยละอองขนาดใหญ่
  4. ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  5. ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่มีอาการป่วย โดยเฉพาะลิงหรือสัตว์ฟันแทะ
  6. เฝ้าระวังอาการ 21 วันหลังจากกลับจากประเทศติดโรค

 

AMBSLOT หลังจากที่ได้แนะนำโรคฝีดาษลิงเป็นยังข้างต้นแล้ว หากใครที่มีอาการเหล่านี้สามารถเช็คตัวเองเบื้องต้นก่อนหรือหากกังวลใจสามารถเข้ารับการตรวจโรคฝีดาษลิงที่โรงพยาบาลได้ และถ้าหากสบายใจแล้วสามารถเข้ามาผ่อนคลายกับเกมสล็อตออนไลน์กับทาง jackergame.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมัครสมาชิก jackerpg game pgslot
Tags :

บทความสล็อตอื่นๆ

AMBSLOT รีวิวเกมสล็อต Pet Ranger  เกมขบวนการสัตว์เลี้ยง 

AMBSLOT รีวิวเกมสล็อต Pet Ranger  เกมขบวนการสัตว์เลี้ยง 

ข้อมูลเพิ่มเติม
Ambslot เล่นสล็อต Mermaid’s Market เกมใหม่ 2022

Ambslot เล่นสล็อต Mermaid’s Market เกมใหม่ 2022

ข้อมูลเพิ่มเติม
ambslot ทดลองเล่นสล็อต Hungry Krahung

ambslot ทดลองเล่นสล็อต Hungry Krahung

ข้อมูลเพิ่มเติม